Guest


Recent Posts

Pages: 1 ... 8 9 [10]
91
ประธานฟีฟ่ามาเอง! คนลูกหนังระดับโลกแห่ร่วมงาน เปิดศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ


สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย! เตรียมเปิดศูนย์พัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอล วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 เริ่มพิธีในเวลา 16.00 น. ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ-ธนบุรี และ งาน AFC Annual Award Bangkok 2017 ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 เริ่มพิธีในเวลา 19.00 น. ณ โรงละคร อักษรา เธียเตอร์

พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยถึงความพร้อมสำหรับการจัดงาน เปิดศูนย์พัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอล และ งานประกาศเกียรติคุณของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ประจำปี 2017 หรือ AFC Annual Award Bangkok 2017

"ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้รับเกียรติจาก สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ให้จัดงาน AFC Annual Award 2017 ที่โรงละครอักษรา ซอยรางน้ำ"

"งานนี้ถือว่าเป็นงานที่สำคัญมาก และเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่ได้รับเกียรติในการเผยแพร่การท่องเที่ยว รวมถึงขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย รวมถึง ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวและอาหาร ที่เลื่องลือไปทั่วโลก ทำให้ชาวต่างชาติรู้จักคนไทยมากขึ้น เพราะงานนี้จะมีการถ่ายทอดสดไปยังประเทศสมาชิกต่างๆ ทั่วโลก"

"ขณะเดียวกัน เราก็ได้รับเกียรติจาก จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ และ ชีค ซัลมาน บิน อิบรอฮีม อัล คอลีฟะห์ ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย เป็นประธานเปิดศูนย์พัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอล ที่ทางสมาคมฯ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ-ธนบุรี จะมีการเปิดอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 เวลา 16.00 น."

"เรียนเชิญสื่อมวลชนไปร่วมงาน เป็นสักขีพยาน ว่าวันนี้ประเทศไทย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีศูนย์ฝึกอบรมฟุตบอลแห่งชาติ แห่งใหม่ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ-ธนบุรี ซึ่งทั้งสองเรื่องก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับวงการกีฬาฟุตบอล อยากให้คนไทยได้รู้สึกภาคภูมิใจกับสิ่งเหล่านี้ ทั้งการได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ AFC Annual Award และ การมีศูนย์พัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอล"

สำหรับ พิธีเปิดศูนย์พัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอล ได้รับเกียรติจาก จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ และ ชีค ซัลมาน บิน อิบรอฮีม อัล คอลีฟะห์ ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมจากทาง สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ในการสอนบอลเด็กจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โดยมีบรรดาสุดยอดนักเตะเข้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ พาร์ค จี ซอง และรวมถึงนักฟุตบอลชายทีมชาติไทย

ขณะที่งาน AFC Annual Award Bangkok 2017 นั้น จะมีการประกาศรางวัลมากมาย อาทิ นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ที่มีผู้เข้าชิงอาทิ อุมัร อับดุลเราะห์มาน, โอมาร์ เคอร์บิน และ หวู เล่ย รวมถึงในประเทศนักฟุตซอลยอดเยี่ยม ที่มีชื่อของนักฟุตซอลชายทีมชาติไทยอย่าง จิรวัฒน์ สอนวิเชียร
92
เพื่อนเตะแทบตาย! กฎไทยลีกระบุสโมสรมีเอี่ยวล้มบอลแบน 3 ปี


หลังจากที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยฯ ได้ร่วมมือกันกวาดล้างคดี “ล้มบอล” จนออกหมายจับ 12 ราย ซึ่งมีชื่อของนักเตะดังใน ไทยลีก มากมาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ทีม และกำลังจะมีการประกาศจับล็อตสองออกมาเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่ามีผู้เล่นชื่อดังหลายคนถูกดำเนินคดีด้วย

โดยกฎระเบียนของการแข่งขันไทยลีก ระบุชัด นักเตะหรือเจ้าหน้าที่ทีมใดมีส่วนเกี่ยวข้องมีโทษพักการแข่งขัน 3 ปี สโมสรที่มีนักเตะล้มบอล หรือเจ้าหน้าที่ทีมมีส่วนเกี่ยวข้อง อาจโดนหางเลขไปด้วย โดยทั้งหมดมีความผิดทางอาญา พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ซึ่งจะได้รับโทษตามกฎหมาย

ขณะเดียวกันทั้งหมดจะถูกรับโทษจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และ บ.ไทยลีก จำกัด ด้วย ซึ่งตาม “ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พ.ศ.2559 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 พ.ศ.2560” ข้อ 3.14 ระบุดังนี้

3.14 หากปรากฏว่านักกีฬาฟุตบอลของทีมใดกระทำการส่อไปในทางสมยอมกันอย่างไม่มีศักดิ์ศรี หรือเจ้าหน้าที่ของทีมใด ดำเนินการให้นักกีฬาฟุตบอลของทีมกระทำการในลักษณะดังกล่าว องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าท่ี จะถูกลงโทษดังน้ี
(1) ตัดสิทธิออกจากการแข่งขันทันทีโดยถือเสมือนว่าไม่ได้เข้าแข่งขันมาต้ังแต่ต้นฤดูกาล
(2) ส่งเงินสนับสนุนหรือเงินได้อื่นใดที่ได้รับไปแล้ว คืนให้กับ “คณะกรรมการ”
   (3) พักการแข่งขัน 3 ปี และการเข้าร่วมแข่งขันใหม่ ให้แข่งขันในลีกที่ต่ำกว่าเดิม 1 ระดับ

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาโทษสโมสรจะมีการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงรอผลการตัดสินจากศาลด้วย


93
สไตรค์แบ็กเหมือนกัน! “ธีราทร บุญมาทัน” สะใจปีนี้คว้า 2 แชมป์เบาๆ


การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ 2017 รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวานนี้ 22 พ.ย. ที่สนามศุภชลาศัย เป็นการโคจรมาพบกันของ 2 ทีมยักษ์ของเมืองไทยอย่าง สโมสร “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ “กว่างโซ้ง” เชียงราย ยูไนเต็ด ผลการแข่งขันปรากฏว่าเป็นทาง “กิเลนผยอง” ที่สามารถเอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 คว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน รับเงินรางวัล 5 ล้านบาท พร้อมได้สิทธิ์เล่นฟุตบอลโตโยต้า แม่โขงคลับ แชมเปี้ยนคัพ

ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายทีมชาติไทยของเมืองทอง ยูไนเต็ด  ที่เกมนี้ถูกจับให้ทำหน้าที่แบ็กขวา เผยว่า ดีใจที่คว้าแชมป์นี้มาครองอีกสมัย ถือว่าปีนี้ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง เพราะได้ทั้งแชมป์ถ้วยพระราชทานประเภท ก. และป้องกันแชมป์โตโยต้า ลีกคัพ ขณะที่ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก เราก็เข้าถึงรอบน็อกเอาต์

“สองแชมป์ในปีนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง สไตรค์ แบ็กเหมือนกัน สองแชมป์เบาๆปีนี้ ในฤดูกาลหน้าต้องเราต้องกลับมาทำผลงานให้ดีกว่าเดิม ทั้งในลีก และในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก ทุกคนต้องทำงานหนักมากกว่าฤดูกาลนี้ เพื่อเป้าหมายของสโมสร”
94
สืบต่อ! 4 แข้ง “ศรีสะเกษ เอฟซี” ถูกสอบมีเอี่ยวล้มบอล ประธานฯยันสโมสรไม่เกี่ยว


วันนี้ 22 พ.ย. ช่วงเวลาบ่ายโมง ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค ธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสร"กูปรีอันตราย"ศรีสะเกษ เอฟซี ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกรณี เชิดศักดิ์ บุญชู ผู้อำนวยการสโมสรฯถูกออกหมายจับในกรณีขบวนการล้มบอล โดย ประธานสโมสรศรีสะเกษยืนยันไม่เกี่ยวข้องกรณี เชิดศักดิ์ บุญชู ผู้อำนวยการสโมสรฯถูกออกหมายจับคดีล้มบอล พร้อมเปิดเผยมี 4 นักเตะ "กูปรีอันตราย" เกี่ยวข้องขบวนการล็อกผลการแข่งขัน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้

ธเนศ เปิดเผยว่า นอกจาก ผอ.สโมสร เชิดศักดิ์ บุญชู ที่มีข่าวตกเป็นผู้ต้องสงสัยล้มบอล ยังมีอีก 4 แข้งที่จ่อโดนฟันเอี่ยวล้มบอลรอบสอง โดยมีผู้รักษาประตู 1 คน กองหลัง 3 คน ที่โดนตำรวจเรียกไปสอบ แต่ตอนนี้ยังเปิดเผยชื่อไม่ได้ รอให้คดีเคลียร์เสร็จถึงค่อยว่ากันอีกที "ผมคิดว่ามี 3 เกมที่อาจอยู่ในข่ายเกี่ยวพันกับการล้มบอล หนึ่งในนั้นมีเกมฟุตบอลถ้วยนัดที่ อุบล ยูเอ็มที ชนะ ศรีสะเกษ 3-0 รวมถึงเกมอื่นๆอีก 2 เกมที่มีส่วนพัวพัน"

ประธานสโมสรศรีสะเกษเผยอีกว่า สำหรับนักฟุตบอล 4 คนที่เกี่ยวพันกับการล้มบอลนั้น 1 ใน 4 ยังมีสัญญาอยู่ในทีม ส่วนอีก 3 รายหมดสัญญาไปแล้ว ขอยืนยันว่าหากผิดจริงทีมก็จะเอาผิดนักฟุตบอลเพื่อเรียกค่าเสียหายและกู้ศักดิ์ศรีทีมกลับมาให้ได้มากที่สุด

"สำหรับ ผอ.สโมสร เชิดศักดิ์ บุญชู นั้นต้องบอกว่าเป็นเด็กในทีมที่มีคนฝากเข้ามาทำงาน ในตำแหน่งผู้อำนวยการสโมสร แต่ไม่คิดว่าจะลามถึงขนาดนี้ ทางสโมสรเปิดไฟเขียวให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลตรวจสอบเต็มที่ และยืนยันว่าสโมสรไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง่ต่อการล็อกผลการแข่งขันใดๆทั้งสิ้น"
95
ไม่มีผลเสีย! “เอเอฟซี” ส่งหนังสือชม “ส.บอล” ปราบล้มบอล เป็นตัวอย่างที่ดี


หลังจากที่ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้มีการแถลงข่าวออกหมายจับ 12 ผู้เกี่ยวข้องในการกำหนดผลการแข่งขันล่วงหน้า ซึ่งมีทั้งนักเตะ,ผู้บริหารทีมละนายทุนไปเมื่อวานนี้ ทำให้มีหลายๆคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเช่น “ทนายโบ้” นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ อดีตฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลฯ ในยุคของ “บังยี” วรวีดร์ มะกูดี ที่ไม่เห็นด้วยกับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ออกข่าวไทยลีกล้มบอล เสี่ยงต่อการพัฒนาเพราะความเชื่อมั่นจะลงลง รวมถึง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตกุนซือทีมชาติไทย มองว่าเหมือนดาบสองคบ เป็นการกำจัดมะเร็งร้ายให้หมดไปแต่ความน่าเชื่อถือจะลดน้อยลง ซึ่งอาจมีผลไปถึงการเข้ามาสนับสนุนสโมสรฟุตบอลอาชีพของภาคเอกชนด้วย

ล่าสุด ชีค ซัลมาน บิน เอบราฮิม อัล คาลิฟา ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียหรือเอเอฟซี ส่งสารแสดงความชื่นชมที่มีต่อ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ออกมาเคลื่อนไหวปราบปรามการกำหนดผลการแข่งขันอย่างจริงจัง ซึ่งในเนื้อหาจดหมายระบุไว้ดังต่อไปนี้

"ถึงนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ"

"ผมได้เขียนจดหมายฉบับนี้ถึงคุณและครอบครัวฟุตบอลไทย เพื่อขอยกย่องเป็นการส่วนตัวและขออวยพรให้ความตั้งใจจริงของคุณในการตั้งเป้าหมายที่จะขจัดปัจจัยใดๆ ก็ตามที่พยายามทำให้เกมลูกหนังของเราเสื่อมเสียประสบความสำเร็จ"

"ความเคลื่อนไหวของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งขององค์กรเราในการแก้ปัญหา ซึ่งครอบครัวฟุตบอลเอเชียไม่ยอมและจะไม่ยอมให้มีการกำหนดผลการแข่งขันในเอเชียเป็นอันขาด "

"ซึ่งการแสดงออกของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯครั้งล่าสุดนี้ คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังผู้กระทำผิดว่าการกระทำของพวกเขาเหล่านั้นจะถูกท้าทายอย่างเต็มกำลังความสามารถ ผมขอแสดงความยินดีกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่แสดงจุดยืนอันแน่วแน่ในการรณรงค์ต่อต้านการกำหนดผลการแข่งขัน และผมก็รู้สึกมั่นใจอย่างยิ่งว่าความเสียสละและความพยายามในการทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการที่ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจะสามารถนำหายนะครั้งนี้ไปสู่จุดจบได้"

"และการริเริ่ม Integrity App ของเอเอฟซี ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ในช่วงเริ่มต้นของวันนี้ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของเราในการสร้างความเข้มแข็งในการต่อสู้กับการกำหนดผลการแข่งขัน"

"ผมอยากให้คุณมั่นใจว่าเอเอฟซีสนับสนุนเต็มที่กับการต่อสู้ของคุณในการรักษาศีลธรรมของเกมฟุตบอล และตั้งตาคอยที่จะได้พบคุณที่กรุงเทพฯในสัปดาห์หน้า"

ด้วยความปรารถนาดีอย่างไมตรีจิตที่สุดของผม

ซัลมาน บิน เอบราฮิม อัล คาลิฟา


96
นี้แค่ส่วนหนึ่ง! “ส.บอล” เผยคดีล้มบอล 12 คนเป็นแค่ล็อตแรก ล็อต 2,3 มีอีกเยอะ พร้อมเผยเกมที่จะจับอีก


หลังจากที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยฯ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวการจับกุมขบวนการล้มบอลไทย หลังสืบทราบว่า มี 12 บุคคลในวงการมีส่วนเกี่ยวพันกับการล็อกผลการแข่งขัน และได้มีการออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ โดยในวันนี้มี  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าวต่อหน้าสื่้อมวลชนที่มาเฝ้ารออย่างล้นหลาม

โดย "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า " ขบวนการเหล่านี้มีครบวงจร ทั้งนายทุนในเมืองไทยและต่างประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบและหาข้อมูลกันมานานแล้ว โดยมีหลักฐานหลายอย่างโดยเฉพาะบัญชีธนาคาร ที่สามารถตรวจสอบได้ ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 12 คนที่เราออกหมายจับนั้น เราจะต้องมีการสืบสวนต่อไป หากเราสืบทราบได้ว่ามีใครที่เกี่ยวข้องอีก เราจะนำตัวมาดำเนินคดีต่อ นี่แค่ยกแรก เรายังคงมียก 2 และ ยก 3 ต่อไป "

" จริงๆเรามีการเชิญนักกีฬาและผู้ตัดสินมาสอบปากคำมากกว่านี้ แต่นำหนักในการที่จะมาตัดสินยังไม่เพียงพอ แต่ก็ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย ว่ามีการจ้างวานให้ล็อกผลการแข่งขันจริงจากผู้ที่มีอิทธิพลในวงการ ต้องขอขอบคุณ  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ให้ความร่วมมือ ผลงานชิ้นนี้ถือเป็นผลงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะทำให้วงการฟุตบอลไม่ล่มสลาย "

สำหรับเกมที่น่าสงสัยและมีการสอบสวนคือ
1.เกมลีกคัพรอบ 32 ทีมสุดท้าย วันพุธที่ 26 ก.ค 60 กำหนดให้ ทีมเป้าหมายชนะในครึ่งแรก 1-0
2.ไทยลีก 1 อาทิตย์ที่ 10 ก.ย.60 ว่าจ้าง โกล 1 คน กำหนดการแข่งขันล่วงหน้า ให้มีการทำประตู เต็มเวลา กำหนดไว้ที่ 2.5 ประตู
3.ไทยลีก 1 อาทิตย์ที่ 17 ก.ย.60 จ้างนักเตะ 4 คน ให้เต็มเวลามีประตู 3 ลูกขั้นไป ผลเสมอกัน 2-2
4.ไทยลีก 1 เสาร์ที่ 23 ก.ย.60 กำหนดให้มีประตูรวม 2 ลูกขึ้นไปในครึ่งแรก แต่ในคู่นี้ไม่เป็นไปตามที่กำหนด จบครึ่งแรก 1-0
97
หมดอนาคต! “สวาทแคท” แถลงฉีกสัญญา “วีระ เกิดพุดซา” เล็งเอาผิดทั้งเพ่งและอาญา


วันนี้  21 พฤศจิกายน สโมสรฟุตบอล  นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ทีมในศึกโตโยต้าไทยลีก จัดการแถลงข่าวกรณีที่มีนักฟุตบอลในสังกัด มีชื่อพัวพันเรื่องการล็อกผลการแข่งขันฟุตบอล ณ ร้าน Wine Connection โซน Groove พร้อมทั้งฉีกสัญญาของวีระ เกิดพุดซา ทันทีและเล็งฟ้องเรียกค่าเสียหายทั้งทางแพ่งและอาญา

ก่อนหน้าทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีการแถลงข่าวปราบปรามขบวนการล้มบอลไทย โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธาน ในการแถลงข่าวออกหมายจับ 12 ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็น วีระ เกิดพุดซา ผู้รักษาประตูทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี รวมอยู่ด้วย

โดย  เทวัญ ลิปตพัลลภ ประธานสโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ได้แถลงอย่างเป็นทางการว่า “เลกหลังเราอยากได้ประตูมาเสริมทัพ เลยเอาวีระมาร่วมกับเรา ด้วยชตัวเขาเองเขามีประสบการณ์มากมาย ต้องเรียนให้ทราบว่าสโมสรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น นักเตะเราทุกคนถ้าเราสืบทราบว่าไปพัวพันพนันฟุตบอล เราไล่ออกทันที”

“แมตช์หลังๆที่ผ่านมา ทีมสวาทแคทจะไปแพ้ 3-5 นาทีสุดท้าย ยกตัวอย่างแมตช์ที่แพ้เชียงราย เราไปโดนทดเจ็บนาทีสุดท้าย สุดท้ายเราก็ได้พิสูจน์เจอแล้ว เมื่อเช้าได้คุยกับท่านสมยศ ว่าเป็นมายังไง ตัวผมก็บอกท่านว่าเป็นกำลังใจในการปราบพวกล้มบอลให้หมดซึ่งท่านก็ยืนยัน และยิ่งถ้าตรวจสอบแล้ว เรากลัวแฟนบอเข้าใจผิด”

“ตอนนี้เราให้ฝ่ายกฎหมายยกเลิกสัญญากับวีระ เกิดพุดซา เพราะเราเพิ่งเซ็นสัญญาไปไม่นาน ถ้าสามารถเอาทั้งผิดทางแพ่งและอาญาได้ ก็จะเอาผิดให้ถึงที่สุด ปกติเราจะต่อสัญญาก่อนหมดเลก เราจะดูว่าคนไหนร่วมทีมกับเราได้ พอหมดสัญญาเราเลยเจรจาต่อสัญญาไปเรียบร้อย”

“จริงๆวีระบางช่วงฟอร์มเขาก็ดี บางช่วงก็หลุดลูกง่ายๆ เราคิดว่าเขาจเป็นนักฟุตบอชีพไม่น่าจะทำแบบนี้ แต่หลังๆโค้ชก็จะตั้งข้อสังเกต ว่ามีผิดปกติเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้เราไม่ได้พูดคุยกับวีระเลย ตอนนี้เราพยายามหาตัวให้เจอ ส่วนในทีมพอเกิดเหตุการณ์แบบนี้กำลังใจอาจจะสับสนบ้าง หลังจากนี้ไปก็จะเรีกนักฟุตบอลมาพูดคุย แต่ถ้ามองอีกมุมว่าวงการฟุตบอลในบ้านเราจะได้รู้ว่าต้องทำงานเป็นอาชีพไม่เกี่ยวข้องกับการพนัน”

“หลังจากนี้ไปเราต้องมีมาตรการเข้าไปพูดคุยกับนักฟุตบอลเยอะขึ้น และถ้าเจออีกเราไม่ได้ฉีกสัญญาอย่างเดียว อาจจะมีการเรียกร้องค่าเสียหาย จริงๆวันนี้แฟนบอลสวาทแคทคงทราบหมดแล้ว ฝากถึงแฟนบอลว่า เราจะแก้ไขให้ดีขึ้น เราเองเราก็เสียใจที่เราแพ้ท้ายเกมตลอด ต้องขอความเห็นใจกับเหตุการณ์แบบนี้”
98
มันเสี่ยงมาก! “ทนายโบ้” ไม่เห็นด้วย ส.บอลฯ ออกข่าวไทยลีกล้มบอล เสี่ยงต่อการพัฒนา


“ทนายโบ้” นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ อดีตฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลฯ ในยุคของ “บังยี” วรวีดร์ มะกูดี เป็นนายกสมาคมฯ ได้เปิดเผยผ่านรายการทางช่องพีพีทีวี ไม่เห็นด้วยที่สมาคมฯ ยุค “บิ๊กอ๊อด” ออกข่าวการจับกุมขบวนการล้มบอล เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด หวั่นเกิดผลเสียต่อวงการฟุตบอลไทย

จากการที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดย “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมฯ เปิดเผยว่าวันนี้ (21 พ.ย.60) จะมีการแถลข่าวการจับกุมขบวนการล้มบอลไทย ซึ่งมีรายชื่อผู้กระทำผิด 12 คน โดยแบ่งเป็น นักฟุตบอล 5 คน, ผู้ตัดสิน 2 คน, ผู้บริหารสโมสร 1 คน และนายทุน 4 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมขอหมายจับจากศาลเพื่อดำเนินคดีต่อไป

“ทนายโบ้” นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ด้เปิดเผยผ่านรายการทางช่องพีพีทีวี ว่าสมัยที่ตนเองทำงานอยู่กับสมาคมฯ ก็มีข้อมูลเรื่องการล้มบอลมาก่อน แต่เพราะ พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ ยังไม่บังคับใช้ ทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้

“สมัยนั้นเราจ้างสปอร์ตเนดาห์มาทำรายงานและส่งข้อมูลให้เราทุกนัด ซึ่งพวกเขาทำได้แค่รายงานและคาดคะเนว่าคู่ไหนน่าสงสัยว่ามีการล้มบอล แต่ไม่ได้ฟันธงว่ามีการล้มบอลเกิดขึ้น ซึ่งยอมรับว่าตอนนั้นเราไม่มีความสามารถมากพอที่จะหาพยานหลักฐาน หรือประสานกับ จนท.ตำรวจได้ เพราะยังไม่มี พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ มาตรา 64, 65, 66, 67 แต่เรามีความคิดที่จะแจ้งต่อกรมสวบสวนคกีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ทว่าพอเราจะดำเนินการก็มีการเลือกตั้งและเปลี่ยนแปลงนายกสมาคมฯ เป็นท่าน พ.ต.อ.สมยศ เสียก่อน ทำให้การดำเนินการได้จบสิ้นลงไป”

“เป็นเรื่องปกติที่จะมีเรื่องไม่ปกติเกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอล เช่น ผู้ตัดสินเป่าไม่ดี, ทีมนั้นทีมนี้เคยเล่นดีแต่วันนี้เล่นไม่ดี ฯลฯ ซึ่งเราไม่ได้เห็นต่างจากการทำงานของยุค พล.ต.อ.สมยศ แต่เราไม่กล้าสรุปแบบท่านเท่านั้นเอง ผมตกใจที่เห็นข่าวตามสื่อว่าสมาคมฯ ประกาศว่ามีการล้มบอลฟุตบอลไทยลีก เพราะมองว่าแรงเกินไปและเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง มันเสี่ยงต่อการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยที่กำลังเริ่มต้นได้สวย เนื่องจากการจะประกาศว่ามีการล้มบอล คดีจะต้องได้รับการตัดสินจากศาล มีหลักฐานชัดเจน ส่วนการออกหมายจับเป็นการคาดคะเนว่าคนคนนั้นน่าจะทำผิด ฉะนั้นในฐานะคนวงการฟุตบอลและนักกฎหมายมองว่าข่าวที่ออกมาตอนนี้เสี่ยง 2 มุม” ทนายโบ้กล่าวทิ้งท้าย
99
อัปยศบอลไทย! ผอ.ศรีษะเกษเอฟซี โดนคุมตัวไปโรงพักคดีล้มบอล พร้อมรายชื่อ 12 คนล้มบอล


จากกรณีสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซี กำลังจับตาสถานการณ์ของการแข่งขันฟุตบอลทุกรายการของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้การดูแลของเอเอฟซี ที่อาจพัวพันกับการล้มบอลด้วยวิธีการล็อคสกอร์ล่วงหน้า เพราะมีประเด็นน่าสงสัยของผลการแข่งขันที่เสียประตูมากเกินความเป็นจริง จึงประสาน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้เร่งตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดย พล.ต.อ.สมยศ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าสมาคมทราบมานานแล้ว และกำลังติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่มีกระแสข่าวล้มบอลด้วยการล็อกสกอร์ล่วงหน้า ในการแข่งขันรายการที่สมาคมฯรับรอง ทางตัวแทนสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนเอเอฟซี เข้าพบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อนำเอกสารข้อมูลพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้ว่าการแข่งขันฟุตบอลระดับสูงสุด “โตโยต้าไทยลีก 2017” 4 นัด เข้าข่ายกระทำความผิดเกี่ยวกับการล้มบอล ประกอบด้วย คู่ที่ 1 แข่งขันในวันที่ 26 ก.ค. คู่ที่ 2 แข่งขันในวันที่ 10 ก.ย. คู่ที่ 3 แข่งขันในวันที่ 17 ก.ย. และคู่ที่ 4 แข่งขันในวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเป็นทีมในไทยพรีเมียร์ลีกทั้งหมด ซึ่งมีการทำประตูในช่วงสุดท้ายของการแข่งขัน และมีจำนวนประตูที่เกิดขึ้นมากจนผิดปกติ จึงมาร้องทุกข์ให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ติดตามขบวนการผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี

ต่อมา ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วยตำรวจในสังกัด บช.น. และบช.ก. รวมกว่า 30 นาย ร่วมกันทำงาน ประสานข้อมูลกับทางสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมกับมีการเชิญกรรมการตัดสินฟุตบอลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยรับโอนเงินจากบุคคลอื่นราวๆ 1-2 แสนบาทในวันเวลาเดียวกัน มาสอบสวน 2 ราย จนพบความชัดเจนทั้งพฤติการณ์ของ “ขบวนการล้มบอล” ในครั้งนี้ ซึ่งเบื้องต้นทางผู้ตัดสินยอมรับว่าได้รับค่าจ้างล้มบอลจริงๆ โดยมีคนอ้างว่าเป็นตัวแทนจากเว็บไซต์พนันฟุตบอลในต่างประเทศมาว่าจ้างให้ล้มบอลในลักษณะล็อกสกอร์ให้สูงต่ำตามที่นายทุนผู้ว่าจ้างต้องการ รวมทั้งได้ว่าจ้างนักฟุตบอลเป็นกองหลัง 2 ราย และผู้รักษาประตู 1 ราย ในการปล่อยให้อีกฝ่ายทำประตูได้ในช่วงเวลาท้ายของการแข่งขันเพื่อให้ผลสกอร์สูงตามที่นายทุนระบุไว้

ภายหลัง พนักงานสืบสวนสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา รัชดาภิเษก เพื่อขอให้ศาลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 12 รายด้วยกัน ประกอบด้วย นักฟุตบอลอาชีพ 5 ราย คือ
1.นายสุทธิพงษ์ เหลาพร นักฟุตบอลทีมราชนาวี เอฟซี
2.นายณรงค์ วงษ์ทองคำ ผู้รักษาประตู ทีมราชนาวี เอฟซี
3.นายสุวิทยา นำสินหลาก นักฟุตบอลทีมราชนาวี เอฟซี
4.นายเสกสันต์ ชาวทองหลาง นักฟุตบอลทีมราชนาวี เอฟซี
5.นายวีระ เกิดพุดซา ผู้รักษาประตู ทีมนครราชสีมา มาสด้าเอฟซี
6.นายภูมิรินทร์ คำรื่น  กรรมการผู้ตัดสิน (ฟีฟ่า)
7.นายธีรจิตร สิทธิศุข ไลน์แมน
8.นายเชิดศักดิ์ บุญชู ผู้อำนวยการสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี
9.นายวัลลภ สมาน กลุ่มนายทุนหรือตัวแทนนายทุน
10.นายกิตติภูมิ ปาภูงา กลุ่มนายทุนหรือตัวแทนนายทุน
11.นายมานิตย์ หรือ เศรษฐปสิทธิ์ โกมลวัฒนะ  กลุ่มนายทุนหรือตัวแทนนายทุน
12.นายภาคภูมิ พันธ์นิกุล กลุ่มนายทุนหรือตัวแทนนายทุน


100
สิโรจน์ ฉัตรทอง : ผมอาจยิงประตูในเกมใหญ่ๆแบบนี้ก็ได้


วันนี้ 20 พฤศจิกายน ณ ห้องมรกต ชั้น3 รร.ดิเอ็มเมอรัลด์ ถ.รัชดาฯ กรุงเทพฯ มีการแถลงความพร้อม ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ โตโยต้า ลีกคัพ 2017 ระหว่าง เอสซีจี เมืองทองฯ พบกับ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่จะลงแข่งขันในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 เวลา 19.00 น. ณ สนามศุภชลาศัย

สิโรจน์ ฉัตรทอง กองหน้า  เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นตัวแทนของนักเตะทัพ “กิเลนผยอง” เข้าแถลงข่าวในครั้งนี้ ได้ตอบพิธีกรด้วยรอยยิ้ม “ผมอาจยิงประตูในเกมใหญ่ๆแบบนี้ก็ได้” ดาวเตะทีมชาติไทยวัย 24 ปี ทำประตูไม่ได้เลยตั้งแต่อยู่กับ อุบล ยูเอ็มทีฯ ช่วงเลกแรก จนมาถึงช่วงเลกสองกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ขณะที่ล่าสุด “สิโรจน์” ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงความพร้อมก่อนชิงดำโตโยต้า ลีกคัพ ว่า

"ที่พบกันรู้สึกว่าเชียงรายเป็นทีมที่เขี้ยวครับ แต่พวกเราก็ทำงานกันเป็นทีม เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี ที่สำคัญมีการโรเตชั่นตลอด ต้องบอกว่าเราพร้อมเต็มที่ครับ" เมื่อถูกพิธีกรถามว่า ถ้ามีโอกาสอยากยิงประตูแรกในนัดชิงชนะเลิศนี้หรือไม่ หลังเคยทำได้มาแล้ว ในเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 สิโรจน์ ตอบพร้อมรอยยิ้มว่า "ผมอาจยิงประตูในนัดใหญ่ๆแบบนี้ก็ได้ครับ"
Pages: 1 ... 8 9 [10]