Guest


Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
มั่วมากคะ! "มาดามแป้ง" ยืนยันค่าตัว “บอสโควิช” ย้ายมาท่าเรือไม่ถึง 100 ล้าน


หลังจากที่มีาสโมสรท่าเรือ เอฟซี ได้มีการจ่ายเงินในการซื้อตัว ดราแกน บอสโควิช กองหน้าชาวมอนเตเนโกร จาก แบงค็อก ยูไนเต็ด มูลค่าสูงถึง 2.58 ล้านยูโร หรือประมาณ 100 ล้านบาท ตามที่เว็บ www.transfermarkt.com รายงาน และกลายเป็นข่าวตามสื่อโซเซียล

ล่าสุดในงานแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอล “ลีโอ ปรีซีซั่น คัพ 2018” ที่ทางสโมสรการท่าเรือ เอฟซี เข้าร่วมการแข่งขันด้วย "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรคนสวยของการท่าเรือ เอฟซี ได้ยืนยันว่า ราแกน บอสโควิช กองหน้าชาวมอนเตเนโกร วัย 31 ปี ที่ย้ายจาก แบงค็อก ยูไนเต็ด มาอยู่กับ การท่าเรือ เอฟซี มีมูลค่าสูงถึง 2.58 ล้านยูโร หรือประมาณ 100 ล้านบาทนั้น ไม่เป็นความจริง

"ไม่จริงค่ะ ไม่ใช่ค่ะ ไม่แพงขนาดนั้นหรอกค่ะ" มาดามแป้งตอบสื่อมวลชน นอกจากนี้ยังยืนยันว่า การเสริมทัพของทีมในเวลานี้น่าจะไม่มีเพิ่มเติมแล้ว ส่วนเป้าหมายในศึกไทยลีก 2018 ลึกๆ ก็หวังที่จะไปให้ไกลถึงตำแหน่งแชมป์ โดยจะพยายามทำให้ดีที่สุด
2
หมดสัญญาจ๊ะ! ท่าเรือไม่ได้ซื้อ “บอสโควิช” 100 ล้านบาท เป็นเพียงประเมินมูลค่านักเตะ


หลังจากที่มีการตีข่าวว่าสโมสรท่าเรือ เอฟซี ได้มีการจ่ายเงินในการซื้อตัว ดราแกน บอสโควิช กองหน้าชาวมอนเตเนโกร จาก แบงค็อก ยูไนเต็ด มูลค่าสูงถึง 2.58 ล้านยูโร หรือประมาณ 100 ล้านบาท ตามที่เว็บ www.transfermarkt.com รายงาน และกลายเป็นข่าวตามสื่อโซเซียล

แต่ตามรายงานนั้น ดราแกน บอสโควิช หมดสัญญากับทาง “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด และทางเจ้าตัวนั้นไม่ต่อสัญญาและเลือกที่จะย้ายมาอยู่กับสโมสรท่าเรือ เอฟซี ด้วยค่าเหนื่อย 2 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งนั้นหมายความว่าทางสโมสรท่าเรือไม่ได้มีการจ่ายเงินเพื่อดีลดังกล่าว ให้กับต้นสังกัดเก่าของ ดราแกน บอสโควิช

ส่วนรายงานค่าตัว 100 ล้านบาทจากเว็บ www.transfermarkt.com นั้น โดยแกติแล้วเว็บไซค์นี้จะเป็นสื่อกลางในการแระเมินค่าตัวของนักเตะเพื่อที่จะใช้ในการเป็นราคากลางให้สโมสรที่ต้องการตัวนักเตะต่อรองราคา ดังนั้นค่าตัว 100 ล้านบาทของ ดราแกน บอสโควิช จึงเป็นเพียงมูลค่าการประเมินจากสื่อกลางเท่านั้น
3
เงินน้อยจะตาย! แข้งสตาร์มาเลเซียชี้ ทำไมต้องยอมลดเงินเพื่อมาเล่นไทยลีก


หลังจากที่ทางไทยลีกเปิดโควตานักเตะอาเซียน ทำให้หลายๆ สโมสรในไทยลีกพยายามดึงนักเตะอาเซียนเพื่อมาร่วมทีม ซึ่งหนึ่งในชาติอาเซียนอย่างมาเลเซียนั้นมีการคาดการณ์ว่าจะมีนักเตะมาค้าแข้งในไทยลีก แต่นักเตะมาเลเซียกลับไม่สนใจที่จะมาเล่นที่ไทยลีกเพราะเงื่อนไขข้อเสนอที่นี่ไม่น่าสนใจพอ

โดยเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจากบริษัทเอเย่นซ์รายใหญ่ ของมาเลเซีย ผ่านสื่อของมาเลเซียอย่าง The Straits Times นายฮาฟิซาน ฮาริม ตัวแทนของบริษัทเอเย่นซ์ ได้เปิดเผยว่ามีหลายสโมสรจากไทยที่ติดต่อเข้ามาเพื่อเจรจาดึงตัวไปเล่นในไทยลีก ด้วยค่าเหนื่อย 3,000-5,000 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเดือน ราว 165, 500 บาท ซึ่งแข้งสตาร์มาเลเซียรับตอนนี้ขึ้นต่ำอยู่ที่ 40,000 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเดือน รวม 1,320,000 บาท

"มีข้อเสนอเข้ามาที่นี่มากมายจากสโมสรไทย โดยเฉพาะหลายคนที่ได้ลงเล่นในซีเกมส์ครั้งล่าสุดแต่ทุกข้อเสนอที่เข้ามา เมื่อผมได้พูดคุยกับตัวนักเตะ พวกเขาก็ปฏิเสธที่จะรับข้อเสนอเหล่านั้นเพราะมันไม่ได้ตรงตามความคาดหวังของพวกเขา มันไม่ใช่เหตุผลที่ยากและไร้ซึ่งข้อสงสัยที่ไม่มีนักเตะมาเลย์ไปค้าแข้งที่ไทยเพราะนักเตะมาเลย์หลายคนได้รับค่าจ้างและค่าตอบแทนที่มากกว่า หากพวกเขาจะยังคงลงเล่นในเอ็มลีกต่อไป" นายฮาฟิซาน ฮาริม ให้สัมภาษณ์

"ดังนั้น..แม้มันมีข้อกล่าวอ้างว่านักเตะของเราไม่มีคุณภาพพอสำหรับไทยลีกหรือพวกเขาเหล่านั้นไม่อยากออกไปค้าแข้งเมืองนอกซึ่งทั้งหมดที่ว่าล้วนไม่ใช่เรื่องจริงแต่เป็นเพราะพวกเขาไม่อยากไปเองต่างหากเพราะมันเป็นเรื่องของ(เงิน)ล้วนๆ ผมคิดว่าหลายคนอาจไม่เข้าใจ ยกตัวอย่างนะ ถ้าคุณได้รับข้อเสนอให้ไปทำงานยังต่างประเทศแต่ในเวลาเดียวกัน คุณก็ได้รับค่าตอบแทนที่มากกว่าข้อเสนอนั้นอยู่แล้วแถมยังไม่ต้องเดินทางออกไปไกลอีกด้วย แน่นอนว่าคุณย่อมต้องเลือกอยู่ที่นี่”

ต้นฉบับ https://www.nst.com.my/sports/football/2017/12/320128/thai-money-not-good-enough-malaysian-players
4
เป็นแบบนี้เอง! สรุป Timeline ปัญหา “เขาพลอง สเตเดี้ยม” ระหว่าง อบจ. กับ สโมสร


หลังจากที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท เจ้าของสนาม เขาพลอง สเตเดี้ยม ได้มีคำสั่งงดให้ประชาชนใช้สนาม รวมถึงสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ด้วย หากใครฝ่าฝืนจะแจ้งความดำเนินคดี ทำให้ตอนนี้ทางสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ไม่มีสนามใช้ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 2018 ซึ่งอาจจะหลายคนที่สงสัยถึงความเป็นมาว่าทำไมถึงมีคำสั่งดังกล่าว ซึ่งทางทีมงานได้รวบรวมได้ดังนี้

สโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล เป็นความร่วมมือกันระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาทและนักธุรกิจในพื้นที่ (น้องชายนายก อบจ.) โดยนายทุนจะดูแลในเรื่องของการบริหารทีม ส่วน อบจ. จะคอยอำนวยความสะดวก ในหลายๆเรื่องให้กับสโมสร ไม่กี่วันที่ผ่านมา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง. ได้เข้าตรวจสอบองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท และพบการทุจริตเกิดขึ้น

ซึ่งหนึ่งในการทุจริต สตง.ได้แจ้งว่า มีการเอื้อผลประโยชน์ให้กับสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ดังนั้นจึงมีการสั่งให้นายกอบจ.ชัยนาท ที่ดำรงตำแหน่งประธานสโมสร ออกจากตำแหน่งนายกอบจ. ให้รองนายกรักษาการณ์แทน จากนั้นมีคำสั่งจากผู้ดูแลในเรื่องการทุจริตสั่งตัดเงินเดือนปลัดอบจ. เพราะมีการให้เอื้อประโยชน์ธุรกิจฟุตบอลแก่นายทุนเจ้าของสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล นอกนี้ยังมีคำสั่งให้ระงับการใช้งานสนามเขาพลอง สเตเดี้ยม ด้วย แล้วค่อยมาคุยเรื่องหาทางออกกันใหม่

จากนั้นแฟนบอลจำนวนมากกว่า 1 พันคนได้เข้ามายืนเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นคนกลางเพื่อหาทางออกให้กับสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ส่วนทางสโมสรได้มีการร้องต่อศาลในการสั่งปิดสนามเขาพลอง สเตเดี้ยม จากนี้ก็ต้องติดตามว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณ hi-parinya สมาชิกบอร์ด soccersuck
5
“ชัยนาท” ร้องศาลเหตุ อบจ.สั่งห้ามใช้สนาม ทั้งที่ทีมทุ่มงบ ปรับปรุงจน AFC รับรอง


กลายเป็นเรื่องวุ่นๆ สำหรับวงการฟุตบอลไทย เมื่อสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ทีมที่พึ่งเลื่อนชั้นสู่การแข่งขันไทยลีกฤดูกาล 2018 ต้องพบปัญหาในเรื่องของสนามการแข่งขัน เมื่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท เจ้าของสนาม เขาพลอง สเตเดี้ยม ได้มีคำสั่งงดให้ประชาชนใช้สนาม รวมถึงสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ด้วย หากใครฝ่าฝืนจะแจ้งความดำเนินคดี

ล่าสุดทางสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ได้มีการเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท ระงั้บคำสั่งชี้เป็นของส่วนรวม นอกจากนี้แล้ว แฟนบอลชัยนาทนับพัน บุกยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ด้วย โดยทางสโมสรได้มีการชี้แจ้งอีกว่าที่ผ่านมาทางสโมสรทุ่มงบหลายสิบเพื่อปรับปรุงสนามจนได้รับรองจากสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียหรือเอเอฟซี ให้เป็นสนามระดับ A class

“โดยตลอดว่าสนามเขาพลองเตเดี้ยมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ที่เริ่มทำฟุตบอลก็มีแต่คนในท้องถิ่นช่วยกันเริ่มขึ้น สนามก็มีอยู่อัฒจันทร์เก่าๆอยู่ด้านเดียว สนามมีหลุมบ่อ ไม่มีหญ้า มีโคกกระสุน เม็ดกรวด เม็ดหิน เต็มสนาม ประชาชนแทบไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย มาจนปัจุบัน พวกเรารวมทั้ง อบจ. ช่วยกันค่อยๆปรับปรุงเปลี่ยนแปลง พัฒนาจนเป็นสนามที่สมบูรณ์ สวยงาม มีความพร้อมในระดับที่หน้าพอใจของสังคม เราสร้างคลับเฮ้าส์ ที่พัก อุปกรณ์อีกหลายอย่าง เป็นเงินหลายสิบล้านบาท”

“เรายกให้เป็นสมบัติของ อบจ. เรายกให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน เรายอมเสียค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ แม้เราสร้างขึ้นมาเองก็ตาม การแข่งขันทางการที่การเก็บค่าผ่านประตู อบจ.ได้รับ 5% จากยอดจำหน่่ายบัตรก่อนหักค่าใช้จ่ายในทุกนัด และปัจจุบันเรากำลังเปลี่ยนหญ้าใหม่ด้วยเงินที่สโมสรหามาอีกเป็นเกือบ 2 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการติดตั้งเก้าอี้นั่งบนอัฒจันทร์ โครงการปรับภูมิทัศน์รอบสนาม โครงการปรับปรุงตัวอัฒจันทร์และห้องต่างๆในสนาม ฯลฯ” คำแถลงของสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล
6
เอาผมไหม! “น้าฉ่วย” อาสาทำชุดเยาวชนลั่น “ให้ผมทำผลงานไม่เป็นแบบนี้แน่”


หลังจากที่ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีการเรียก "เอคโคโน" เข้ามาพูดคุยเรื่องการประเมินผลงาน หลังทำผลงานได้ไม่ดีนัก ในการทำทีมชาติไทย ชุดเยาวชน โดยเฉพาะผลงานล่าสุดที่ ฆูเลียน มาริน บาซาโล เพิ่งพาช้างศึก ยู-21 พ่ายต่อ เมียนมา ยู-21 ด้วยสกอร์ 2-4 จบด้วยอันดับ 4 ในรายการ ทันห์เนียน คัพ ที่เวียดนาม รวมถึงทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ก่อนหน้านี้ด้วย ในรอบปีที่ผ่านมา

ล่าสุด "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม อดีตกุนซือ “ช้างศึก” U-19 ชุดที่เอาชนะ เกาหลีใต้ 1-0 ปี 2010 และ ผู้สร้างความมั่นใจให้กับเหล่าบรรดาสตาร์จูเนียร์ในยุคนั้น อย่าง "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ รวมถึง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ฯลฯ ให้ก้าวขึ้นสู่ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในปัจจุบัน อาสาทำทีมชุดเยาวชน

"ในมุมมองของผม ผมว่าโค้ชคนไทยเหมาะสมที่จะเป็นผู้พัฒนานักเตะเยาวชนได้มากกว่าที่โค้ชฝรั่ง หรือโค้ชต่างชาติจะทำ ไม่ได้หมายความว่า ผมทำดี แต่ผมพูดในนามกระบอกเสียง ในนามตัวแทนของโค้ชคนไทยทั้งหมด ที่รู้ว่าการจะพัฒนาและยกระดับเยาวชนไทย ต้องทำจากจุดไหน เริ่มที่จุดไหน และรู้วิธีการแก้ปัญหาหากว่ากำลังเดินไปในทิศทางที่ผิด"

"ถามว่าโค้ชฝรั่งที่เข้ามาทำ เขาไม่รู้หรอกครับว่าเราต้องไปอย่างไร เราต้องก้าวอย่างไร ถึงจะประสบความสำเร็จ ผลงานที่ออกมาก็พอจะเป็นผลงานที่วัดเกณฑ์ได้เป็นอย่างดี ผมมาพูดแบบนี้ ผมทำได้เหรอ ผลงานของผมกับการทำเยาวชนทีมชาติ เมื่อปี 2011 ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เป็นอย่างไร ผมเอาชนะเกาหลีใต้ได้ ยันเสมอญี่ปุ่น และเจียระไนเพชรเม็ดงามอย่าง "เจ-ชนาธิป" รวมถึงคนอื่นๆ ขึ้นมาประดับวงการ ถ้าให้ผมทำ รับรองว่าผลงานไม่เป็นแบบนี้แน่ ผมรับประกันเลย" น้าฉ่วย กล่าว
7
ไทยลีกเปิดรายชื่อ 72 สโมสร T3,T4 ที่ผ่านคลับไลเซนซิง ลงทำการแข่งขันได้


บริษัท ไทยลีก จำกัด ได้ประกาศรายชื่อสโมสรที่ได้รับใบอนุญาตสโมสร (CLub Licensing) ในศึกไทยลีก 3 และไทยลีก 4 จำนวน 72 สโมสร ที่จะลงทำการแข่งขันในฤดูกาล 2018 ซึ่งมีรายชื่อดังนี้

ยูโร่เค้ก ลีก โปร (ไทยลีก 3) จำนวน 27 สโมสร
1.ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี
2.สีหมอก เอฟซี
3.กาฬสินธุ์ เอฟซี
4.ตรัง เอฟซี
5.ลำพูน วอริเออร์
6.เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด
7.ทหารบก เอฟซี
8.บีทียู ส.บุญมีฤทธิ์ ยูไนเต็ด
9.เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด
10.อยุธยา เอฟซี
11.มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
12.เชียงราย ซิตี้
13.สุราษฏร์ธานี เอฟซี
14.นาวิกโยธิน ยูเรก้า เอฟซี
15.อุบลราชธานี เอฟซี
16.บางกอก เอฟซี
17.ดับบลิวยู นครศรีฯ ยูไนเต็ด
18.นรา ยูไนเต็ด
19.สระแก้ว เอฟซี
20.แกรนด์อันดามันระนอง ยูไนเต็ด
21.อยุธยา ยูไนเต็ด
22.จามจุรี ยูไนเต็ด
23.กำแพงเพชร เอฟซี
24.เดฟโฟ เอฟซี
25.แพร่ ยูไนเต็ด
26.สโมสรฟุตบอลราชประชา
27.เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด   

ยูโร่เค้ก ลีก (ไทยลีก 4)
โซนเหนือ 1.น่าน เอฟซี, 2.นครแม่สอด ยูไนเต็ด, 3.อุตรดิตถ์ เอฟซี, 4.นครสวรรค์ เอฟซี, 5.พิษณุโลก เอฟซี 2015, 6.สิงห์บุรี บางระจัน เอฟซี

โซนกรุงเทพมหานคร 1.สมุทรปราการ เอฟซี, 2.มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ, 3.โดม เอฟซี, 4.เกร็กคู สายไหม ยูไนเต็ด, 5.บีจีซี เอฟซี, 6.มหาวิทยาลัยรังสิต, 7.โคปูน วอริเออร์, 8.มหาวิทยาลัยปทุมธานี, 9.บีซีซี เอฟซี, 10.แอร์ฟอร์ซ โรบินสัน เอฟซี

โซนตะวันตก 1.นครปฐม ยูไนเต็ด, 2.หัวหิน ซิตี้, 3.อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด, 4.ลูกอีสาน เอฟซี, 5.นนทบุรี เอฟซี, 6.สพล.สมุทรสาคร ยูไนเต็ด, 7.ชัยนาท ยูไนเต็ด, 8.สมุทรสงคราม เอฟซี

โซนอีสาน 1.สุรินทร์ ซิตี้, 2.มาแชร์ ชัยภูมิ เอฟซี, 3.ยโสธร เอฟซี, 4.มหาสารคาม เอฟซี, 5.เมืองเลย ยูไนเต็ด, 6.สกลนคร เมืองไทย เอฟซี, 7.ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด, 8.สุรินทร์ซูก้า โขงชีมูล เอฟซี

โซนตะวันออก 1.นครนายก เอฟซี, 2.ปลวกแดง ระยอง ยูไนเต็ด, 3.สโมสรฟุตบอลกองเรือยุทธการ, 4.จันทบุรี เอฟซี, 5.บ้านค่าย ยูไนเต็ด, 6.สายมิตรกบินทร์ ยูไนเต็ด

โซนใต้ 1.หาดใหญ่ เอฟซี, 2.สุราษฏร์ธานี ซิตี้, 3.พัทลุง เอฟซี, 4.หาดใหญ่ ซิตี้, 5.คาเด็นซ่า สตูล ยูไนเต็ด, 6.ชุมพร เอฟซี, 7.ปัตตานี เอฟซี

ส่วนสโมสรที่ไม่ผ่านการออกใบอนุญาตสโมสร มีจำนวน 7 ทีม ได้แก่ 1.ตาก ซิตี้, 2.นครราชสีมา ห้วยแถลง ยูไนเต็ด, 3.ยะลา ยูไนเต็ด, 4.อีสานดีบีชออร่า พัทยา, 5.เลยซิตี้ อาร์แอรไ์ลน์ เอฟซี, 6.กรุงธนบุรี เอฟซี, 7.ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด ขณะที่สโมสรถูกระงับสิทธิ์ 1 ทีม ได้แก่ พัทยา เอฟซี และยุบทีม 1 ทีม ได้แก่ ภูเก็ต เอฟซี
8
มาแรง! “เวียดนาม” แซงขึ้นไปรั้งเบอร์หนึ่งอาเซียน ส่วนช้างศึกขยับขึ้น 2 อันดับของ ฟีฟ่า แรงกิ้ง


สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า ได้มีการประกาศการจัดอันดับฟีฟ่า แรงกิ้ง ประจำเดือน ธันวาคม 2560 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยผลปรากฏว่า ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย อันดับโลกขึ้นมา 2 อันดับรั้งที่ 130 ของโลก อันดับที่ 25 ของทวีปเอเชีย เป็นเบอร์ 3 ของอาเซียน โดยมี 236 คะแนน

ขณะที่อันดับหนึ่งของอาเซียน ได้มีการเปลี่ยนมือจาหทีมชาติฟิลิปปินส์ มาเป็นทีมชาติเวียดนาม โดยทีมชาติเวียดนามอันดับฟีฟ่าพุ่ง 13 อันดับมาอยู่ที่ 112 ของโลก และเป็นเบอร์ 1 อาเซียน ส่วนฟิลิปปินส์ อันดับโลกหล่นไป 6 อันดับมาอยู่ที่ 124 ของโลก
9
กว่างโซ้งได้เฮ! AFC รับรอง “ยูไนเต็ด สเตเดี้ยม” เป็นสนาม A Class ระดับมาตรฐานเอเชีย


หลังจากที่สโมสร “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด ได้สิทธิ์เป็นตัวแทนสโมสรไทยในการเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย หรือ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2018 ในถานะแชมป์ช้าง เอฟเอคัพ ซึ่งจะลงแข่งขันรอบคัดเลือกเพลย์ออฟ รอบที่สอง

โดยล่าสุดทางสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียหรือเอเอฟซี ได้มีการประกาศผลคลับไลเซนซิ่งระดับเอเชีย ของลีกสูงสุดของแต่ละประเทศที่เป็นสมาชิกเพื่อใช้ในการเข้าร่วมการแข่งขัน AFC Champions League 2018 โดยตัวแทน 3 ทีมจากไทยคือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เมืองทอง ยูไนเต็ด และเชียงราย ยูไนเต็ด ผ่านการประเมินทั้งหมดและสนามของทุกสโมสรจากตัวแทนได้ใน ACL 2018 ได้มาตรฐาน A Class ทั้งหมดรวมถึงยูไนเต็ด สเตเดี้ยม ของทัพ “กว่างโซ้งมหาภัย”

นอกจากนี้ยังมีอีก 5 สโมสรของไทยที่ได้รับ Club Licensing และเป็นสนามระดับ A Class ของ AFC  ประกอบไปด้วย
1.สโมสรชลบุรี เอฟซี
2.สโมสรราชบุรี มิตรผล
3.สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด
4.สโมสรบางกอกกล๊าส
5.สโมสรสุโขทัย เอฟซี

ไฟล์ประกาศของ AFC http://res.cloudinary.com/deltatreafcprod/image/upload/a9vsidfqrcxhhiegvndj.pdf



10
มาลุ้นกัน! ตัวแทน “ชาช่า” เผยเจ้าตัวเลือกอยู่ไทยต่อมี “บียู” กับ “กิเลน” ยืนข้อเสนอให้


แจ็คสัน อเวลิโน โคเอลโญ หรือ ชาช่า เจ้าของรางวัลนักเตะต่างชาติยอดเยี่ยม FA Thailand Awards and New Year Celebrations ครั้งที่ 1 หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และไม่มีการเจรจาต่อสัญญา ล่าสุดตัวแทน Fair Play Sportsmanagement (FBS) ยืนยันว่า ชาช่า นักเตะในความดูแลของพวกเขายังต้องการค้าแข้งที่เมืองไทย โดยมี 2 ทีมไทยลีกที่กำลังอยู่ระหว่างเปิดโต๊ะเจรจา

โดยชาช่า กองหน้าดาวซัลโวของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งซัดไปถึง 34 ประตูในลีกเมื่อฤดูกาลล่าสุดจะอยู่ในไทยลีกต่อไปฤดูกาลหน้า แม้เขาจะได้รับข้อเสนอทั้ง จากเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และจากชาติอาหรับ อย่างซาอุดิอาระเบียเข้ามา รวมถึงทีมจากตุรกีด้วย เขากำลังชั่งใจว่าที่ไหนเหมาะสม แต่ใจจริงเขาอยากกลับมาเล่นที่เมืองไทยอีกครั้ง เพื่อจะพิสูจน์ว่าจำนวนประตูที่เขาทำได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับ 2 สโมสรในไทยลีก นั้นคือสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด และ สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด โดยมรการคาดการณ์ว่าเจ้าตัวน่าจะเลือกข้อเสนอของเมืองทอง ยูไนเต็ด เนื่องจะจะได้โชว์ฟอร์มในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย หรือ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2018
Pages: [1] 2 3 ... 10